5 ตัวเต็งรับตำแหน่งผู้อำนวยการเทคนิค ทีมชาติไทย

สมาคมฯ เปิดเผยความคืบหน้า ในการสรรหาผู้ที่จะเข้ามารับตำแหน่งผู้อำนวยการเทคนิคทีมชาติไทย ที่จะเข้ามาทำงานแบบเต็มเวลา ซึ่งตอนนี้มีแคนดิเดตอยู่ 5 รายด้วยกัน ซึ่งเราจะเปิดประวัติการทำงานของพวกเขาทั้ง 5 คนกัน

สืบเนื่องจากการที่สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ มีนโยบายที่จะเฟ้นหาผู้อำนวยการเทคนิคทีมชาติไทย ซึ่งตำแหน่งดังกล่าว จะเป็นผู้ที่ลงรายละเอียดในส่วนของทีมชาติโดยเฉพาะ ในการวิเคราะห์และประมวลผลข้อมูลจากฟอร์มการเล่นล่าสุด ทั้งจากผลงานของนักเตะในสนาม และกระบวนการทางวิทยาศาสตร์

ซึ่งที่ผ่านมา พล.ต.อ. ดร. สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมฯ ได้ส่งจดหมายไปยัง ดาโต๊ะ วินด์เซอร์ จอห์น เลขาธิการทั่วไปของเอเอฟซี เพื่อขอความช่วยเหลือ ในการสรรหาผู้ที่มีคุณสมบัติเหมาะสมสำหรับตำแหน่งดังกล่าว ขณะเดียวกัน ก็ยังมีผู้ที่มีประสบการณ์บางราย ติดต่อสมัครเข้ามายังสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ โดยตรง

สำหรับรายชื่อแคนดิเดตทั้ง 5 คน ประกอบไปด้วย

1. แยน ฟาน วิงค์เคล (Jan Van Winckel)

ปัจจุบันอายุ 44 ปี เป็นอดีตนักฟุตบอล และ ฟุตซอล ชาวเบลเยี่ยม ผันตัวมาเป็นผู้ช่วยโค้ชกับทีม เค สเตด ลูเวิน (ภายหลังรวมเข้ากับสโมสร แดริงคลับ ลูเวิน และกลายเป็น โอเอช ลูเวิน ในปัจจุบัน) ในปี 1994 จนถึงปี 2000 และกลายมาเป็นผู้ช่วยของ มาร์เชโล บิเอลซ่า ช่วงสั้นๆ

ปี 2004-2006 รับตำแหน่งในฝั่งเอเชียเป็นครั้งแรกกับการเป็นผู้ช่วยโค้ชทีมชาติ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และเป็นหัวหน้าโค้ชในทีมชุด ยู-23

ปี 2006-2012 รับตำแหน่งผู้ช่วยโค้ชให้กับทีม คลับ บรูจจ์ แชมป์ 15 สมัยของ จูปิแลร์ โปรลีก เบลเยี่ยม อยู่ถึง 5 ปี และผ่านการทำงานร่วมกับหัวหน้าโค้ชถึง 6 คน

ปี 2012-2014 ผันตัวมารับตำแหน่งผู้อำนวยการเทคนิคครั้งแรกกับสโมสร อัล-อาห์ลี ใน ซาอุดีอาระเบีย

ปี 2014-2015 รับตำแหน่งผู้ช่วยโค้ชอีกครั้งกับทีม มาร์กเซย ในลีกเอิง โดยทำงานร่วมกับกุนซือชื่อดังอย่าง มาร์เชโล บิเอลซ่า

ปี 2015-ปัจจุบัน เข้ามารับงานเป็นผู้อำนวยการเทคนิคให้กับทีมชาติ ซาอุดิอาระเบีย


2. มิเชล ซาบลอน (Michel Sablon)

เป็นชาวเบลเยี่ยม ปัจจุบันอายุ 71 ปี เป็นคนที่ได้รับเครดิตจากการวางพิมพ์เขียวสร้างนักเตะ เบลเยี่ยม ยุคทองชุดปัจจุบันที่ถูกยกว่าแข็งแกร่งที่สุดตั้งแต่เคยมีมาอย่างเช่นนักเตะอย่าง เอด็อง อาซาร์ และ โรเมลู ลูกากู

ซาบลอน เคยเป็นผู้ช่วยโค้ชของทีมชาติ เบลเยี่ยม ในชุดลุยศึกฟุตบอลโลก 1986 และเป็นส่วนร่วมในทีมสต๊าฟโค้ชในทีมชาติ เบลเยี่ยม ชุดศึกฟุตบอลโลก 1990 และ 1994

ปี 2015 เข้ามารับงานเป็นผู้อำนวยการเทคนิคให้กับทีมชาติ สิงคโปร์ ด้วยสัญญา 2 ปี และต่อสัญญาเพิ่มอีก 2 ปีในปี 2017 และจะหมดวาระจากตำแหน่งในวันที่ 31 ธันวาคม 2018 ที่จะถึงนี้


3. จอห์น พีค็อก (John Peacock)

อดีตนักเตะในตำแหน่งฟูลแบ็คของ สคันธอร์ป ยูไนเต็ด เป็นชาวอังกฤษ ปัจจุบันอายุ 62 ปี เคยเป็นอดีตโค้ชเยาวชนให้กับทีมชาติอังกฤษอย่างยาวนานถึง 12 ปี

ปี 1990-1997 รับตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายเยาวชนให้กับทีมชาติ อังกฤษ

ปี 1998-2002 รับตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายเยาวชนให้กับสโมสร ดาร์บี เคาน์ตี้

ปี 2002-2014 รับตำแหน่งผู้จัดการทีมทีมชาติ อังกฤษ ชุดยู-17 และเคยคว้าแชมป์ ฟุตบอลยูโร ยู-17 ให้กับสิงโตคำรามชุดเล็กได้ในปี 2010 และ 2014 เคยร่วมงานกับนักเตะอย่าง แจ็ค บัตแลนด์, ไซโด้ เบราฮิโน่ และ รอสส์ บาร์กลีย์

ปี 2016 รับตำแหน่งที่ปรึกษาทีมอคาเดมี่ให้กับสโมสร แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในยุคของ โชเซ่ มูรินโญ่


4. สก็อตต์ โอดอเนลล์ (Scott ODonell)

อดีตกองหลังชาว ออสเตรเลีย มีประสบการณ์ในการเล่นฟุตบอลใน อินโดนีเซีย และ สหรัฐอเมริกา ปัจจุบันอายุ 51 ปี

ปี 2003-2005 จับงานผู้จัดการทีมครั้งแรกกับสโมสร เกย์ลัง ยูไนเต็ด (ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็น เกย์ลัง อินเตอร์เนชันแนล เอฟซี) ใน เอสลีก สิงคโปร์

2005-2007 รับตำแหน่งหัวหน้าโค้ชทีมชาติ กัมพูชา

2008-2009 รับตำแหน่งเป็นผู้อำนวยการการอบรมโค้ชให้กับ สมาคมฟุตบอลเอเชีย หรือ AFC

2009-2010 รับตำแหน่งหัวหน้าโค้ชให้กับทีมชาติ กัมพูชา อีกครั้ง

2011-ปัจจุบัน รับตำแหน่งผู้อำนวยการเทคนิคอคาเดมี่และการอบรบโค้ชให้กับ สมาคมฟุตบอลอินเดีย จนถึงปี 2014 ก่อนที่จะได้ขึ้นเป็นผู้อำนวยการเทคนิคอย่างเต็มตัวในปี 2015 มาจนถึงปัจจุบัน

2017-ปัจจุบัน รับตำแหน่งผู้อำนวยการเทคนิคให้กับ Capital Football ซึ่งเป็นองค์กรณ์ย่อยของ สมาคมฟุตบอลออสเตรเลีย ที่ครอบคลุมพื้นที่ในรัฐเขตเมืองหลวง


5. ริชาร์ด ทาร์ดี้ (Richard Tardy)

หัวหน้าโค้ชชาวฝรั่งเศส วัย 68 ปี มีประสบการณ์ทำงานในเอเขียมาอย่างยาวนานและเคยพาทีมชาติ รวันดา ยู-17 ไปฟุตบอลโลกมาแล้ว และเคยเป็นหัวหน้าโค้ชทีมเยาวชนของทีมชาติ สิงคโปร์ ชุดเยาวชน และเคย ผ่านการแข่งขันอย่าง ซีเกมส์ มาแล้ว

ปี 2001-2004 รับตำแหน่งผู้จัดการทีมชาติ เลบานอน ชุดใหญ่

ปี 2005-06 รับตำแหน่งผู้จัดการทีม อัล-วาห์ดา สโมสรในลีก สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

ปี 2010-2011 รับตำแหน่งหัวหน้าโค้ชทีมชาติ รวันดา ยู-17 และพาทีมคว้าตำแหน่งรองแชมป์ได้ในฟุตบอล ชิงแชมป์แอฟริกัน ยู-17 ปี 2011 และได้สิทธ์ในลุยศึกฟุตบอลโลก ยู-17

ปี 2015-2017 รับตำแหน่งหัวหน้าโค้ชทีมเยาวชนให้กับทีมชาติ สิงคโปร์

โดยทางสมาคมฯ จะมีการตรวจสอบประวัติ และเช็คดูว่าในตอนนี้ บุคคลนั้นๆ มีสัญญากับสโมสร หรือสมาคมฟุตบอลฯ ใดอยู่หรือไม่ เพราะถ้าหากมีก็จำเป็นต้องตัดชื่อออก ก่อนที่จะมีการติดต่อกลับ เพื่อนำข้อมูลทั้งหมดมาประมวล และทำการพิจารณาคัดเลือกต่อไป

Powered by UFABET


สมัครUFABET, UFABET, ยูฟ่าเบท, เว็บUFABET, สมัครแทงบอลUFABET, แทงบอลออนไลน์, แทงบอลเงินสด, สูตรแทงบอล

5 ประเด็นสุดเซอร์ไพรส์ หลังผ่าน 12 เกม พรีเมียร์ ลีก 2018-2019

หลังจาก พรีเมียร์ลีก ผ่านไปกว่า หนึ่งในสามของการแข่งขัน

10 สุดยอดโฆษณาฟุตบอลโลก ที่ดูเสร็จแล้วแทบอยากเตะบอลทันที

นี่คือ 10โฆษณาที่ดีที่สุดของศึกฟุตบอลโลก ที่ทำเอาดูจบแล้วคุณอาจจะถึงกับอยากหยิบสตั๊ดออกไปเตะบอลทันที!

100 ล้านไม่ช่วยอะไรเลย ! “เหตุใด ฟูแล่ม จึงล้มเหลวไม่เป็นท่าแม้เสริมทัพกระจาย ?”

‘ฟูแล่ม’ ทีมน้องใหม่หน้าเก่าในพรีเมียร์ลีกกำลังจมบ๊วยอยู่ในตารางคะแนนตอนนี้ พวกเขาใช้เงินไปมากกว่า 100 ล้านในการเสริมทีมเมื่อซัมเมอร์ที่ผ่านมา แล้วทำไมพวกเขาถึงล้มเหลว? วันนี้เรามีคำตอบให้คุณ

ฟูเฉือนม เป็นกลุ่มที่มีคนรักบอลเขตแดนเยอะที่สุดกลุ่มหนึ่งในบอลอังกฤษ อาจเกิดขึ้นเนื่องจากสถานที่ตั้งของ ครั้งเวน คอเทจ ที่ตั้งตระง่าอยู่ข้างแม่น้ำเทมส์ หรือบางทีก็อาจจะเป็นเนื่องจากรูปปั้นของ ไมเคิล แจ็คสัน (ฮาแต่ว่าเดี๋ยวนี้เหตุการณ์ของกลุ่มกำลังอยู่ในขั้นวิกฤต

ฟูปาดม ได้ใช้เงินในตลาดซื้อขายแลกเปลี่ยนซัมเมอร์ก่อนหน้านี้ที่ผ่านมาไปปริมาณมากมาย พวกเขาจ่ายไปๆมาๆกกว่า 100 ล้านปอนด์ ภายหลังที่คว้าแชมป์สำหรับการเพลย์ออฟเหนือ แอตัน วิลล่า และก็ขึ้นมาในลีกสูงสุดได้ สถิติได้พูดว่า ฟูปาดม เป็นกลุ่มสมาชิกใหม่กลุ่มแรกที่ใช้จ่ายทะลุ 100 ล้านปอนด์

มีนักเตะ คนถูกซื้อเข้ามาในตลาดวันสุดท้ายแต่เปลี่ยนเป็นดีลที่สิ้นเปลืองมากกว่าการที่ โมฮาเหม็ด อัล-ฟาเยด สั่งทำรูปปั้นของ ไมเคิล แจ็คสัน มาวางไว้หน้าสนาม คราวเวนคอเทจ เสียอีก

ทุกสิ่งทุกอย่างเด่นชัดแล้วจากผลงานของกลุ่ม ข้างหลังผ่านไป 11 เกมในช่วงฤดูกาลนี้ฟูปาดม ก็พบว่าตนเองกำลังจมบ๊วยในตารางคะแนน การพ่าย 1-0 ต่อ ฮัดเดอร์สฟิลด์กลุ่มที่ที่ผ่านมายังแพ้ใครกันแน่เลยก็ทำให้บอลคืนวันจันทร์เปลี่ยนเป็นคืนที่ท้อแท้แล้วก็น่าเห็นใจแฟนบอลที่เข้าไปมองในเกมนั้น

พวกเขาทำอะไรไม่ถูกไปบ้าง?

เกมรับ

สิ่งแรกที่ให้เอ่ยถึงจะเป็นอะไรไปมิได้เว้นเสียแต่ เกมรับ’ กลุ่มเจ้าสัวน้อยเสียประตูมากยิ่งกว่ากลุ่มไหนในลีกใหญ่ยุโรปอีกทั้ง แผงแบ็คโฟร์ของ ฟูปาดม มีการเล่นที่พวกเขามีความรู้สึกว่าจะก่อให้กลุ่มร่ำรวยเนื่องจากว่าพวกเขาเป็นแอ่งน้ำมันบ่อใหญ่ไม่ว่าจะพบกับ เซร์คิโอ เกโร่ หรือ บ็อบบี้ รีด กองหน้าของคาร์ดิที่ยิงได้ประตูเดียวในปีนี้ (ในเกมกับฟูเฉือนม)

แน่ๆว่า ฟูเฉือนม ใส่ใจว่าเกมรับพวกเขาไม่ดีก็เลยใช้เงินเพื่อเสริมแข็งเกมรับ จาก11 นักฟุตบอลที่ย้ายเข้ามาในช่วงฤดูกาลนี้เป็นนักฟุตบอลในเกมรับทั้งยัง อัลฟี้ มอว์สัน, โจ ไบรอันมักซีม เลอ มาร์กช็องด์, ทิโมธี โฟซูเมนซาห์ และก็ ติดอยู่ลัม แชมเบอร์

แม้กระนั้นก็มีแค่เพียง โฟซูเมนซาห์ แล้วก็ เลอ มาร์กช็องด์ ที่เซ็นสัญญามาจาก นีซเพื่อเทคแคร์ มิเชล เซริ ที่เปลี่ยนมาเป็นตัวจริงของกลุ่ม

โฟซูเมนซาห์ มิได้ขาดความตั้งใจ แม้กระนั้นเขายังคงขัดข้องในจังหวะท้ายที่สุดเช่นเดียวกับที่ ไรอัน เฟรเดริค เป็นในช่วงฤดูกาลที่แล้ว ทั้งยังเขายังถูกใจโดนใบเหลืองจากการเข้าสกัดบอลที่ขนาด พอล วัวล ยังจำต้องผวา

การดู เลอ มาร์กช็องด์ และก็ เดนิส โอดอย ลงเล่นในตำแหน่งแนวรับของกลุ่มก็เป็นอะไรที่ปวดใจอย่างยิ่ง พวกเขาถูกสั่งให้ขึ้นเกมจากแนวหลังอย่างแน่นอน แม้กระนั้นด้วยการที่ฝีเท้าไม่ถึงก็ชอบทำให้กลุ่มจำต้องตกอยู่ในเหตุการณ์อันตรายอยู่บ่อยมาก

มันยากที่จะมั่นใจว่า ฟูปาดม ยังไม่สามารถที่จะเก็บคลีนชีได้เลยในช่วงฤดูกาลนี้กองหน้าทุกคนในพรีเมียร์ลีกน่าจะกำลังนับถอยหลังในปฏิทินอยู่ว่าเมื่อไรพวกเขาจะได้พบกับ ฟูปาดม โดยยิ่งไปกว่านั้น โฆเซลู แล้วก็ คริสว่ากล่าวยอง เบนเทเก้

มอสัน ก็เป็นอีกหนึ่งนักฟุตบอลใหม่ที่กาลครั้งหนึ่งเคยมีชื่ออยู่ในกลุ่มชาติ อังกฤษก่อนจะเปลี่ยนมาเป็นนักฟุตบอลที่มิได้ลงเล่นตัวจริงให้กับ ฟูเฉือนม ด้วย ซึ่งโน่นก็เป็นการบอกถึงเบื้องหน้าเบื้องหลังของกลุ่มที่อยู่ในเหตุการรุนแรงนัก

คนซื้อไม่ได้ใช้ คนใช้ไม่ได้ซื้อ

ย็อคก้า ไม่มีสิทธิ์ควบคุมการค้าขายของ ฟูเฉือนม เต็มเปี่ยม โน่นเกิดเรื่องถัดไปที่พวกเราไม่สบายใจ

นักฟุตบอลหลายท่านถูกซื้อเข้ามาโดยอิงจากการวิเคราะห์ทางสถิติ รวมทั้งถึงแม้ว่าสมาคมจะกล่าวถึงว่าพวกเขามิได้ซื้อคนไหนกันเข้ามาถ้าหากมิได้รับการอนุญาตจากคณะทำงานแมวมองของกลุ่ม แต่ว่าลองมองเหตุผลที่ทำให้พวกเรารู้สึกว่าการค้าขายของกลุ่มนั้น ไม่สอดคล้องกับสิ่งที่ ย็อคก้า ‘อยากได้

อันเดร-ฟรองค์ ซัมโบ อ็องกีสซ่า เป็นนักฟุตบอลค่าจ้างสถิติสมาคมฯลฯ ดาวเตะกลุ่มชาติ ติดอยู่เมรูน ถูกดึงตัวมาจาก มาร์กเซย ในวันสุดท้ายของตลาดด้วยค่าจ้าง 30ล้านปอนด์

จนกระทั่งในตอนนี้ อ็องกีสซ่า ยังมิได้โชว์ฟอร์มการเล่นที่น่าประทับใจเลย ย็อคก้า ได้ชี้แจงว่านักเตะรายนี้ไม่มีประสบการณ์สำหรับการเล่นเป็นกองกึ่งกลางตัวรับผู้เดียวเขาจะเล่นเจริญแม้มีคู่ซี้ตัวรับเคียงคู่ ซึ่งขัดกับวิถีทางของ ย็อคก้า ที่ใช้มิดฟิลด์ตัวรับผู้เดียวในแนวทางเล่น

โน่นบ่งบอกถึงถึงความไม่เชื่อโยงกันระหว่างสิ่งที่ ย็อคก้า อยาก กับนักฟุตบอลที่กลุ่มเซ็นสัญญาเข้ามา พวกเราจะมองเห็นได้ว่าผู้เฝ้าประตูอีกทั้งสามคนภายในกลุ่มยังได้สลับกันลงเล่นเพื่อหามือ 1 เพราะว่านักฟุตบอลใหม่ที่เข้ามากลับมิได้ยกฐานะจากนักฟุตบอลเดิมที่มีอยู่อะไร

ฟูปาดใช้เงินไปๆมาๆกกว่า 100 ล้านปอนด์ แต่ว่าตำแหน่งเดียวที่ดีมากยิ่งขึ้นกว่าเดิมเป็นมิดฟิลด์ที่ มิเชล เซริ เข้ามาแทนที่ขวัญใจสมาพันธ์อย่าง สเตฟาน โยฮันบวงสรวงถึงพักหลังดาวเตะไอวอรี่วัวสต์จะฟอร์มตกไปบ้าง

อันเดร ยกร์เร่ เปลี่ยนเป็นนักฟุตบอล ฟูปาดม ที่เหมาะสมที่สุด แม้กระนั้นการมาของเขาก็ทำให้ ไรอัน เซเซยอง ถูกโยกกลับไปเล่นแบ็คซ้าย ที่ซึ่งทำให้ดาวเตะวัย 18กำลังขัดข้องกับการเล่นในลีกสูงสุด

เสียตัวตน

ส่วนที่น่าสลดใจที่สุดของ ฟูปาดม เป็นการที่พวกเขาสูญเสียตัวตนการเล่นในสไตล์ครอบครองบอลบุกที่ตื่นเต้นแฟนบอล เปลี่ยนเป็นกลุ่มที่ไม่มีตัวตนในกลยุทธ์เล่น

ย็อคก้า เป็นผู้จัดการทีมที่จิตใจแน่วแน่ไม่ว่าพบกลุ่มไหนพวกเขาก็จะครอบครองบอลบุกใส่ไม่ว่าจะฝนตก ฟ้าลั่น ไม่ว่าจะเล่นในบ้านหรือเพลย์ออฟรอบชิงที่ เวมบลีย์

ในปีนี้พวกเขาบากบั่นโยนบอลยาวแต่ว่าก็ราวกับเป็นการโยนบอลที่มิได้เล็งจากข้างหลังขึ้นไปให้ ไม่โตรพิช ทำไรซักอย่างด้านหน้า เท่านี้พวกเขาก็แพ้ตั้งแต่วินาทีแรกที่ผู้ตัดสินเป่าเริ่มเกมแล้ว

แฟน ฟูปาดม ผู้คนจำนวนไม่ใช้น้อยรับมิได้และก็ได้เปิดเผยถึงความรู้สึกในใจของพวกเขากับกลุ่มรักว่า ถ้า ฟูเฉือนม ต้องตกชั้น ขั้นต่ำพวกเขาก็ควรจะตกชั้นด้วยการเล่นที่ส่งบอลให้กันจริงๆไม่ใช่โยนบอลยาวไม่มีแบบแผน

Powered by UFABET


5 สถิติสำคัญของ ” Manchester derby Match “

เว็บ UFABET Premier League – England ค่ำคืนอาทิตย์นี้เวลา 23.30 น. Big Match ” Manchester Derby Match “

ยูฟ่าเบท Manchester City จะเปิดบ้านในรัง Etihad Stadium เจอกับ Manchester United และนี้ก็จะเป็น Match ที่มีความสำคัญสำหรับทั้งสองทีม

ฝั่งสีฟ้าชนะถ้าชนะจะหนีสีแดงไปเป็น 12 แต้ม แทบตัดคู่ต่อสู้จากการลุ้นแชมป์ แต่ว่าถ้าเกิดฟากทีมเยือนชนะจะบี้เหลือ 6 แต้ม รวมทั้งจะกลับมามีลุ้นแชมป์อีกรอบในทันที ซึ่งพวกเราลองไปเจาะ 5 สถิติสำคัญของเกมนี้กันว่าคืออะไรบ้าง โดยอ้างอิงข้อมูลที่ได้มาจาก SkySportsส์ สื่อดังของอังกฤษ


ปีศาจแดงสถิติเกม Derby Match ข่ม 8 นัดหลัง

แม้วัดกันที่ฟอร์มตอนนี้ บวกกับการได้เล่นใน Etihad Stadium อย่างไร Manchester City ก็เหนือกว่าในศึกนี้ แต่ว่าถ้าเจาะสถิติเฮดทูเฮด 8 เกมหลังสุดใน ทุกรายการลงไป มันไม่ได้เป็นอย่างที่กล่าวมา

Manchester United ทำได้ดีมากยิ่งกว่า ชนะได้ 4 เสมอ 2 แพ้ 2 ยิง 11 เสีย 8 และก็ คลีนชีต 4 ครั้ง ครั้งล่าสุดเป็นเกมพรีเมียร์ลีกเมื่อเมษายน Manchester United บุกไปดับซ่า Manchester City ที่กำลังลุ้นเถลิงแชมป์ลีกหลังจบเกมนั้นได้ โดยกลับแซงจากสกอร์ตามหลัง 0-2 มาชนะ 3-2 จาก ป็อกบา 2 ลูก แล้วก็ สมอลลิ่ง อีก 1 ลูก

ด้วยเหตุผลดังกล่าว จะมองเห็นได้ชัดว่า เมื่อถึงเกม Derby Match กลุ่มปีศาจแดงมักไม่กลัวสหายร่วมเมือง รวมทั้งถ้าเกิดจะหาทีมที่หยุดความร้อนแรงของเรือใบสีฟ้า อาจจะเป็นทีมของ โชเซ่ มูรินโญ่ นี่แหละที่มีลุ้นทำได้


ผีแดงผู้พิชิต Etihad Stadium

ต่อเนื่องกันอีกหนึ่งสถิติที่น่าดึงดูดสำหรับฝั่ง Manchester United นั่นเป็นการบุกไปเป็นผู้ชนะที่รังเหย้าของ Manchester City ได้มากที่สุด ถ้านับจากปี 2003 หรือ 15 ปีหลังสุด

ตามภาพสถิติข้างบน Manchester United บุกไปซิวชัยที่ Etihad Stadium ในทุกรายการได้มากที่สุดถึง 8 ครั้ง รองลงมาเป็น อาร์เซน่อล, เชลซี, สเปอร์ส ทีมละ 7 ครั้ง และก็ เอฟเวอร์ตัน กับ หงส์แดง ทีมละ 5 ครั้ง นี่เป็นอีกสถิติที่แสดงว่า การพบกันในสมัยก่อนนั้น ยูไนเต็ด ยังเป็นฝ่ายข่ม


การแพ้ผีตอนนั้นปลุกเรือให้เข้มแข็งในบ้านขึ้นไปอีก

ในเรื่องร้าย บางทีชอบมีเรื่องมีราวดีตามมา ภายหลังทีมของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ปราชัยต่อสหายร่วมเมืองไปช่วงวันที่ 7 เดือนเมษายน เสมือนเป็นการตบหน้าให้พวกเขาตื่นตัวเพิ่มขึ้นเรื่อยๆยามเล่นต่อหน้าต่อตาแฟนบอลใน Etihad Stadium

ภายหลังจากนัดหมายนั้นเป็นต้นมา ซิตี้ เล่นเกมพรีเมียร์ลีก ในรังของตนไป 9 นัด ชนะไป 8 เสมอต่อ ฮัดเดอร์สฟิลด์ ไปเพียงแค่นัดเดียว เมื่อพฤษภาคม

ส่วนสถิติอื่นๆนับจาก 7 ม.ย. เป็นต้นมา ดีเยี่ยมที่สุดเกินบรรยาย ยิง 32 ปะตู, ได้โอกาสยิง 207 ครั้ง, ยิงตรงกรอบ 78 ครั้ง, ครอบครองบอลเฉลี่ย 75% แล้วก็สัมผัสบอลในกรอบคู่ปรับสูงถึง 438 ครั้ง (เฉลี่ย 49 ครั้งต่อเกม) เรือรบสีฟ้าครอบครองสถิติทุกสิ่งทุกอย่างกลุ่มนี้เป็นอันดับ 1 ของลีกอย่างที่มองเห็นในภาพ ด้วยเหตุดังกล่าวรับประกันได้เลยว่า การพบกันคราวนี้ ทีมของเป๊ปดูเหมือนจะหนักแน่นกว่าเดิมขึ้นไปอีก


‘อเกวโร่’ คีย์แมนของ Derby Match

แน่ๆว่า ฝีเท้าความเก่งกล้าของนักฟุตบอลก็สำคัญ แต่ว่าการถูกโฉลกในเกมสำคัญก็ละเลยมิได้ ซึ่งเมื่อค้นไปดูสถิติดาวซัลโวของศึก Manchester Derby Match คือ อเกวโร่ เป็นคีย์แมนคนนั้น

ศึกพรีเมียร์ลีก เวย์น รูนี่ย์ ครอบครองสถิติยิงมากสุดที่ 8 ประตู แต่ว่าเวลานี้เจ้าตัวไปโลดแล่นในสหรัฐอเมริกา แล้ว ในขณะที่อันดับ 2 เป็น อเกวโร่ ยิง 7 ประตู พอๆกับ ‘ก็องโต้’ เอริค คันโตน่า อย่างที่เห็นในภาพ

ช่วงเวลาที่ฟอร์มส่วนตัวนั้น ฤดูนี้ดาวยิงร่างป้อมก็เป็นดาวซัลโวของลีกร่วมกับ ปีแอร์-เอเมริค โอบาเมย็อง แล้วก็ เอแด็น อาซาร์ ที่ปริมาณ 9 ประตูอีกด้วย


‘มาร์กซิยาล’ ทีเด็ดของปีศาจแดง

ถ้าหากบอกกันถึงตัวความคาดหวังของ Manchester United ในเกมนี้ คงจะไม่พ้นเหล่าสตาร์อย่าง ปอล ป็อกบา หรือ โรเมลู ลูกากู แต่ หากนับเพียงแค่สถิติชั่วโมงนี้ พวกเราอาจจะจะต้องยกให้ อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล ที่ฟอร์มอย่างกับมาเกิดใหม่อีกครั้ง

วัดกันเฉพาะแนวรุกในทีม ในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ดาวยิงชาวประเทศฝรั่งเศส เป็นดาวซัลโวของทีมที่ 5 ประตู แถมยังมีค่าเฉลี่ย 106 นาทีจะทำได้หนึ่งประตู หรือ หนึ่งแอสซิสต์ ซึ่งนับว่ายอดเยี่ยมในทีมอีกด้วย ด้วยเหตุดังกล่าวไม่แน่ว่า บางที มาร์ซิยาล นี่แหละเป็นทีเด็ดสำหรับในการบุกจมเรือ

ตอนท้ายเหลือเพียงรอเวลาให้บอลเริ่มเขี่ยเพียงแค่นั้น แล้วพวกเราจะได้ทราบกันว่า คนใดจะเป็นคนชนะในศึก Manchester Derby Match ครั้งที่ 177

สมัครสมาชิกคลิก : UFABET , แทงบอลออนไลน์ , แทงบอลเงินสด , สูตรแทงบอล , สมัคร UFABET

นักเตะที่พร้อมถูกยกย่องว่าคือ 5 ฟูลแบ็กที่เป็นหัวแถวในลีกสูงสุด

เว็บ UFABET 5 ฟูลแบ็กฟอร์มแรงพรีเมียร์ลีก

ยูฟ่าเบท ฤดูนี้พรีเมียร์ลีก อังกฤษมีผู้เล่นในตำแหน่งฟูลแบ็กหลายรายที่โชว์ฟอร์มได้อย่างสะดุดตา อีกทั้งการเล่นเกมรับ และเพิ่มเติมเกมรุกได้อย่างสุดมันส์ จนกระทั่งมีส่วนร่วมกับหลายประตูที่ทีมทำได้ พร้อมถูกเชิดชูว่าเป็น 5 ฟูลแบ็กที่เป็นหัวแถวในลีกสูงสุดของอังกฤษขณะนี้

5.เอคตอร์ เบเยริน (อาร์เซน่อล)

แบ็กขวาชาวสแปนิชมาแจ้งเกิดได้กับทีมในสมัยของเวนเกอร์ หลังย้ายมาจากบาร์เซโลน่าพร้อมขึ้นมายึดตัวหลักในตำแหน่งแบ็กซ้าย แต่ว่าในซีซํ่นที่ผ่านมาเจ้าตัวจะต้องพบการบาดเจ็บทำร้าย รวมทั้งฟอร์มตกไปอย่างน่าตกใจ จนถึงถูกวิภาควิจารณ์จากแฟนบอลอย่างมาก แล้วก็มีข่าวสารย้ายทีมไม่เว้นทุกๆวัน

อย่างไรก็ดีในฤดูกาลนี้ฟอร์มของเขากลับเข้าฝั่งอีกที โดยเฉพาะการเติมเกมรุกที่ทำได้ดียิ่งขึ้น หลังซีซํ่นนี้ทำไปแล้ว 4 แอสซิสต์ และถ้ายังรักษาฟอร์มอย่างนี้ต่อไปได้เรื่อยจะเกิดผลดีต่อทีมในระยะยาวแน่ๆ

4.ลุค ชอว์ (แมนฯ ยูไนเต็ด)

แบ็กซ้ายทีมชาติอังกฤษย้ายร่วมกองทัพปีศาจแดงในปี 2014 เพื่อมาเติมเต็มตำแหน่งดังที่ได้กล่าวผ่านมาแล้วที่ ปาทริซ เอฟร่า ทิ้งช่องโหว่เอาไว้ กลับโชคร้ายจะต้องจำต้องมาเผชิญกับปัญหาการบาดเจ็บก่อกวนอยู่ตลอด และก็มีผลต่อฟอร์มการเล่นกระทั่งแทบหมดอนาคตกับทีมในสมัยของที่ปรึกษา โชเซ่ มูรินโญ่ ไปแล้ว

ก่อนเริ่มซีซํ่น 2018-19 ผู้คนจำนวนมากมีความรู้สึกว่าเหตุการณ์ของเขาบางทีอาจยังตกต่ำดังเดิม อย่างไรก็ดีเขากลับได้รับความเชื่อมั่นจากผู้จัดการทีมฟุตบอลโปรตุกีสให้กลับมาลงเล่นเป็น 11 ตัวแรก รวมทั้งสามารถโชว์ฟอร์มเก่งออกมาได้อีกรอบ กระทั่งเปลี่ยนเป็นหนึ่งในนักฟุตบอลที่โชว์ฟอร์มยอดเยี่ยมที่สุดของทีมในขณะนี้

3.แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน (หงส์แดง)

แบ็กซ้ายชาวสกอตถูกหงส์แดงดึงตัวมาจาก ฮัลล์ ซิตี้ เมื่อฤดูกาลที่แล้วด้วยค่าจ้างเพียงแค่ 8 ล้านปอนด์แค่นั้น ซึ่งเป็นนักฟุตบอลโนเนมที่แทบจะไม่ค่อยดัง

แม้กระนั้นดาวเตะวัย 24 ปี ปรับพฤติกรรมกับทีมได้อย่างเร็ว ทำผลงานได้น่าประทับใจกระทั่งก้าวขึ้นมายึดตำแหน่งตัวจริงในตอนนี้ โดยเจ้าตัวนับว่าเป็นอีกหนึ่งฟูลแบ็กที่เล่นได้เด่นทั้งยังเกมรุกและก็รับ มักจะมีส่วนร่วมกับประตุที่ทีมทำได้เสมอ นอกนั้นยังมีอีกทั้งความดุเดือด แล้วก็ความทุ่มเทเกินร้อยที่มักจะเห็นอยู่เป็นประจำ จากนักฟุตบอลที่ไม่มีใครรู้จักจนกระทั่งถึงบัดนี้เปลี่ยนเป็นคนสำคัญของกองทัพลิเวอร์พูลที่จำเป็นมากไปแล้ว

2.มาร์กอส อลอนโซ่ (เชลซี)

แบ็กซ้ายทีมชาติประเทศสเปนเซ็นสัญญากับเชลซีในปี 2016 ในสมัยของผู้จัดการทีมฟุตบอล อันโตนิโอ คอนเต้ และก็สามารถแจ้งเกิดได้โดยทันที

ดาวเตะวัย 27ปี มีทีเด็ดอยู่ที่การสอดขึ้นไปทำคะแนนได้หลายครั้ง รวมทั้งลูกฟรีคิกที่เด็ดขาด โดยฤดูกาลนี้เขาแปลงเป็นผู้ครอบครองกองหลังที่สร้างจังหวะให้เพื่อนฝูงลุ้นทำแต้มจากจังหวะโอเพ่นเพลย์ได้มากสุดด้วยปริมาณ 14 ครั้ง มากยิ่งกว่า จอนนี่ กาสโตร ของวูล์ฟแฮมป์ตัน และก็ แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน ของหงส์แดง ที่ทำเอาไว้ 12 ครั้ง

อย่างไรก็ดีเขายังมีจุดอ่อนเป็นการเล่นเกมรับเพราะเหตุว่ามักจะชอบเติมเกมรุกหนักเกินความจำเป็น รวมทั้งมีสปีดที่ช้าทำให้กลับมาประจำการไม่ทัน

1.เบนฌาแม็ง เมนดี้ (แมนฯ ซิตี้)

แบ็กซ้ายทีมชาติประเทศฝรั่งเศสย้ายจากโมนาโกมาร่วมทัพเรือใบสีฟ้าเมื่อฤดูกาลที่แล้ว แต่ว่าเจ้าตัวกลับโชคร้ายพบการบาดเจ็บหนักทำร้ายหลังลงเล่นได้เพียงแค่ไม่กี่เกมเท่านั้น จนถึงจะต้องพักเกือบจะทั้งฤดู

แม้กระนั้นการกลับมาของเขาอีกรอบด้วยภาวะบริบูรณ์เต็มเปี่ยมในฤดูกาลนี้ถือว่าเป็นการเข้ามาเติมเต็มแนวรับให้หนักแน่นเยอะขึ้นเรื่อยๆ พร้อมมีส่วนร่วมกับแนวรุกของทีมเป็นอย่างมาก หลังทำแอสซิสต์ให้เพื่อนพ้องไปแล้ว 5 ครั้ง เป็นส่วยสำคัญช่วยทีมขึ้นไปรั้งหัวหน้าฝูงของตาราง รวมทั้งเสียไปเพียงแค่ 4 ประตูแค่นั้น

สมัครสมาชิกคลิก : UFABET , แทงบอลออนไลน์ , แทงบอลเงินสด , สูตรแทงบอล , สมัคร UFABET

หนีอันตราย ! ฮันโนเวอร์ฟัดโวล์ฟสบวร์ก

เว็บ UFABET อันเดร ไบรท์เทนไรเทอร์ นายใหญ่ฮันโนเวอร์ผลงานแย่ จ่อร่วงโซนแดง

ยูฟ่าเบท การจัดกองทัพวาง บ็อบบี้ วู้ด เป็นทีเด็ดในแนวรุก ทางด้าน ”หมาป่าเมืองเบียร์” ภายใต้การควบคุมทีมของ บรูโน่ ลาบบาเดีย ฟอร์มยังแกว่ง พร้อมจัด มักซิมิเลี่ยน อาร์โนลด์ สั่งการกองทัพลุย ในศึกบอล บุนเดสลีกา เยอรมัน คืนวันศุกร์ที่ 9 พฤศจิกายน นี้

ปรีวิวบอล บุนเดสลีกา เยอรมัน
วันศุกร์ที่ 9 พ.ย. 2561
ฮันโนเวอร์ (16) – โวล์ฟสบวร์ก (11)
เวลา : 02.30 น.
สนาม : ฮาเดอี อารีน่า

อันเดร ไบรท์เทนไรเทอร์ นายใหญ่ฮันโนเวอร์ ผลงานตกลงยาวชนะนัดหมายเดียวจาก 11 นัดหมายหลังสุด ซึ่งภาวะทีมยังชวดใช้งาน ทาคุมะ ซาซาโนะ (เรียกความฟิต), เอ็ดการ์ พริบ (ฟื้นฟูความฟิต), ซาเรนเซ่น บาซี (หัวเข่า), ทิโม ฮึบเนอร์ (เอ็นกล้าม), เพอร์มิน ชเว็กเลอร์ (กระดูกเท้า) แล้วก็ นิคลาส ฟึลครุก (หัวเข่า) ทั้งปวง

ฝั่ง ”หมาป่าเมืองเบียร์” ภายใต้การควบคุมทีมของ บรูโน่ ลาบบาเดีย ที่อยู่รอดบนลีกสูงสุดได้แบบจวนเจียนฤดูที่แล้ว ผลงานภาพรวมตกลงตอนหลัง โดยภาวะทีมยังขาดกลุ่มหน้าแข้งเดี้ยงอย่าง โจชูอา กีลาโวกี (ฟื้นฟูความฟิต), เฟลิกซ์ เคล้าส์ (กล้ามท้อง) แล้วก็ อิ๊กนาซิโอ กามาโช่ (เรียกความฟิต) ทั้งหมด

รายนามผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสู่สนาม

ฮันโนเวอร์ (4-2-2-2) : มิชาเอล เอสเซอร์ – ยูเลี่ยน คอร์บ, โยซิป เอลซ์, วัลเดมาร์ อันตอน, มิโค่ อัลบอร์นอซ – มาร์วิน บาคาลอร์ซ, วัลเลซ – ลินตอน ไมอา, เกงกิ ฮารางูจิ – อิห์ลาส เบบู, บ็อบบี้ วู้ด

เทรนเนอร์ : อันเดร ไบรท์เทนไรเทอร์

โวล์ฟสบวร์ก (4-3-2-1) : เคิน คาสเทิ่ลส์ – วิลเลี่ยม, มาร์แซล ทิสเซอร็องด์, จอห์น บรู๊คส์, เฌอโรม รุสซิยง – เอลวิส เร็กเบซาจ, มักซิมิเลี่ยน อาร์โนลด์, ยานนิค แกร์ฮาร์ดท์ – ดาเนี่ยล กินเช็ค, โยซิป เบรกาโล่ – วูท เวกฮอร์สท์

เทรนเนอร์ : บรูโน่ ลาบบาเดีย

ผู้ตัดสิน : มาร์โค ฟริตซ์

สมัครสมาชิกคลิก : UFABET , แทงบอลออนไลน์ , แทงบอลเงินสด , สูตรแทงบอล , สมัคร UFABET

เจาะลึกโอกาสเข้ารอบชปล. 4 ทีมพรีเมียร์ลีก

ยูฟ่าเบท ศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่มผ่านไปแล้ว 4 นัด

เว็บ UFABET เริ่มเห็นภาพแล้วว่า ทีมใดได้โอกาสตีตั๋วเข้าไปเล่นรอบน็อคเอาท์กันบ้าง แต่ละทีมปัญหาที่ไม่เหมือนกันออกไป

ทดลองไปดูกันว่า 4 ทีมในพรีเมียร์ลีกอย่าง แมนฯ ซิตี้, แมนฯ ยูไนเต็ด, หงส์แดง แล้วก็ ท็อตแนม ฮ็อทสเปอร์ ได้โอกาสเข้ารอบมากน้อยอย่างไร

กลุ่ม บี (Tottenham Hotspur F.C.)

– นัดที่ 5 สเปอร์ส มีไฟต์บังคับจำต้องเปิดบ้านชนะ อินเตอร์ มิลาน ให้ได้เท่านั้น เพื่อต่อลมหายใจไปลุ้นในนัดที่ 6

– ถ้าเกิด ไก่เดือยทอง ชนะด้วยสกอร์ที่ดีมากกว่า 2-1 พวกเขาจะการันตีว่า เฮดทูเฮด ดีกว่าหากจบ 6 นัดแล้วแต้มเสมอกัน

– อย่างไรก็ดี หาก สเปอร์ส ชนะ อินเตอร์ ห่วยกว่า 2-1 หรือดังเช่นว่า ชนะ 3-2 จะก่อให้กลุ่มดังจากอิตาเลียนทำประตูกลุ่มเยี่ยมมากยิ่งกว่า พอๆกับว่าสเปอร์สจำต้องทำคะแนนให้มากยิ่งกว่าแค่นั้น

– ถ้าเกิดสเปอร์ส ชนะ อินเตอร์ ได้ 2-1 เฮดทูเฮดจะเสมอกัน โดยเหตุนี้แมตช์ที่ 6 หากแต้มเสมอกัน จะต้องวัดกันที่ผลต่างประตูได้เสียเพียงแค่นั้น

โปรแกรม 2 นัดสุดท้าย

28 เดือนพฤศจิกายน พีเอสวี v บาร์เซโลน่า, สเปอร์ส v อินเตอร์

11 ธันวาคม บาร์เซโลน่า v สเปอร์ส, อินเตอร์ v พีเอสวี


กลุ่ม ซี (หงส์แดง)

– หงส์แดง จะผ่านเข้ารอบน็อคเอาท์ได้โดยทันที หากนัดที่ 5 เอาชนะ เปแอสเช รวมทั้ง เซอร์เวน่า ซเวซด้า ไม่อาจจะบุกชนะ นาโปลี ได้

– ถ้าเกิด ลิเวอร์พูล แพ้ เปแอสเช แล้วก็ นาโปลี ไม่อาจจะชนะ เซอร์เวน่า แล้วต่อจากนั้นนัดที่ 6 พวกเขาได้โอกาสเข้ารอบถ้าชนะ นาโปลี ได้ ไม่ว่าสกอร์ใดก็ตาม

– หาก ทีมของ เจอร์เก้น คล็อปป์ แพ้ที่กรุงปารีส และ นาโปลี ชนะทีมจากเซอร์เบีย ลิเวอร์พูลต้องลุ้นหนักในนัดที่ 6 ซึ่งจำต้องชนะ นาโปลี ด้วยสกอร์มากกว่า 1-0 เพื่อทำเฮดทูเฮดให้ดีกว่า

– ถ้าเกิด ในแมตช์ 5 หงส์แดง แพ้ เปแอสเช แต่ว่าแมตช์ที่ 6 หงส์แดง ชนะ นาโปลี และ เปแอสเช พลาดเสมอ เซอร์เวน่า จะมีผลให้มีสามทีมที่แต้มเสมอกัน 9 แต้ม หากเป็นแบบนั้น จะวัดจากเฮดทูเฮด และก็ตามด้วยผลต่างประตูได้เสีย

โปรแกรม 2 นัดสุดท้าย

28 พฤศจิกายน นาโปลี v เซอร์เวน่า, เปแอสเช v หงส์แดง

11 เดือนธันวาคม หงส์แดง v นาโปลี, เซอร์เวน่า v เปแอสเช


กลุ่ม เอฟ (Manchester City)

– Manchester City จ่อเข้ารอบสุดๆจากผลที่ได้รับจากการแข่งขันนัดที่ 4 ที่พวกเขาเก็บ 3 แต้มเต็ม ตอนที่ ลียง เสมอกับ ฮอฟเฟ่นไฮม์

– เรือใบสีฟ้าอยากได้อีกเพียงแค่ 1 แต้มจาก 2 นัดที่เหลือเพียงแค่นั้น ก็จะเข้ารอบแบบชิลๆ

– และก็ถ้าหากนัดที่ 5 เอาชนะ ลียง ได้ พวกเขาจะรับประกัน จบอันดับ 1 ของกลุ่มแบบใสๆในทันที

โปรแกรม 2 นัดสุดท้าย

27 เดือนพฤศจิกายน ลียง v แมนฯ ซิตี้, ฮอฟเฟ่นไฮม์ v ชัคตาร์ โดเนตส์ค

12 เดือนธันวาคม แมนฯ ซิตี้ v ฮอฟเฟ่นไฮม์, ชัคตาร์ โดเนตส์ค v ลียง


กลุ่ม เอช (Manchester United)

– ภายหลังจาก Manchester United กลับแซงชนะ ยูเวนตุส ที่ตูริน แล้วก็ บาเลนเซีย อัด ยัง บอยส์ ทำให้โอกาสเข้ารอบกลุ่มนี้ยังเปิดกว้าง

– ถ้าหากเกมนัดที่ 5 Manchester United ชนะ ยัง ยอยส์ รวมทั้ง บาเลนเซีย แพ้ หรือ เสมอ ยูเว่ แล้วทีมของ โชเซ่ มูรินโญ่ จะผ่านเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายในทันที

– ถ้าหาก Manchester United เสมอ หรือ แพ้ ยัง บอยส์ และ บาเลนเซีย แพ้ หรือ เสมอ ยูเว่ จะมีผลให้เกมสุดท้ายปีศาจแดงลุ้นเก็บอย่างต่ำ 1 แต้ม สำหรับการเยือน บาเลนเซีย ที่ เมสตาย่า เพื่อเข้ารอบ

– Manchester United ยังมีลุ้นจบจ่าฝูงของกลุ่มนี้ ถ้าเกิดชนะ 2 นัดที่เหลือ และก็ ยูเวนตุส ทำสกอร์ร่วงทั้งสองนัดด้วย ซึ่งถ้าหากเป็นกรณีนี้ ปีศาจแดงจะเปลี่ยนเป็นทีมวางในรอบน็อคเอาท์

โปรแกรม 2 นัดสุดท้าย

27 เดือนพฤศจิกายน แมนฯ ยูไนเต็ด v ยัง บอยส์, ยูเวนตุส v บาเลนเซีย

12 ธันวาคม บาเลนเซีย v แมนฯ ยูไนเต็ด, ยัง บอยส์ v ยูเวนตุส

สมัครสมาชิกคลิก : UFABET , แทงบอลออนไลน์ , แทงบอลเงินสด , สูตรแทงบอล , สมัคร UFABET

10 อันดับกองกลางที่ดีที่สุดตลอดกาลแห่งพรีเมียร์ลีก

UFABETบ่อยครั้งที่เกมฟุตบอลจะตัดสินผลแพ้ชนะกันที่เกมแดนกลาง และกองกลางเหล่านี้ ก็แสดงระดับฝีเท้าที่ช่วยให้ทีมของเขาเอาชนะในการคุมเกมตรงกลาง รวมถึงคว้าชัยชนะมานับไม่ถ้วน และนี่คือ 10 กองกลางที่ดีที่สุดในยุคของพรีเมียร์ลีก ซึ่งจัดอันดับโดย นิค มิลเลอร์ คอลัมนิสต์ของเรา


อันดับ 10 : โคลด มาเกเลเล่

สมัครUFABET

ซีเนอดีน ซีดาน เคยบรรยายสรุปถึงจุดสำคัญในตัวมาเกเลเล่ไว้ว่า คุณจะเอาทองคำมาฉาบบนรถยนต์เบนท์ลีย์อีกเพราะเหตุใด ถ้าคุณสูญเสียเครื่องจักรของมันไปแล้ว” ซึ่งประโยคนี้ออกมาจากปากยอดเพลย์เมคเกอร์ชาวประเทศฝรั่งเศสด้วยความขุ่นมัว เพราะว่าเรอัล มาดริด ตกลงใจปล่อยตัวปล่อยใจกองกลางเพื่อนร่วมชาติของเขาออกไป เวลาเดียวกัน พระราชาชุดขาวก็ไปเซ็นสัญญากับเดวิด เบ็คหมูแฮม มาแทน

มาเกเลเล่นับว่าเป็นนักฟุตบอลคนสำคัญของทุกครั้งมที่เขาเคยลงไปในสนามให้ กองกลางตัวตัดเกมรายนี้เป็นราวกับศูนย์กลางที่ช่วยทำให้กลุ่มประดิษฐ์เกมรุกได้อย่างหายห่วงโดยไม่ต้องพะวักพะวงเกมรับมากสักเท่าไรนักเนื่องจากมีเจ้าตัวรอปัดกวาดรวมทั้งตัดเกมให้ที่กึ่งกลางสนาม

มาเกเลเล่นับว่าเป็นหนึ่งในนักฟุตบอลที่มีความหมายที่สุดคนหนึ่งในประวัติศาสตร์บอลพรีเมียร์ลีก เนื่องจากเจ้าตัวเป็นนักฟุตบอลคนแรกที่ถูกเชลซีในสมัยของโรมัน อับราโมวิช เซ็นสัญญาเข้ามา แน่ๆว่านักเตะที่ถูกเซ็นสัญญามาในตอนเดียวกันอย่างเดเมี่ยน ดัฟฟ์, เฮอร์นาน เครสโป แล้วก็โจ วัวล ก็เป็นนักฟุตบอลที่ดี แม้กระนั้นพวกเขาใช่นักฟุตบอลที่ยอดเยี่ยมในตำแหน่งตนเองหรือไม่ล่ะไม่เลย แต่ว่ามาเกเลเล่ใช่ เขานับว่าเป็นหนึ่งในกองกลางตัวรับที่เยี่ยมที่สุดในโลกบอล


อันดับ 9 : เอ็นโกโล่ ก็องเต้

สมัครUFABET

สำหรับเพื่อการจัดลำดับคราวนี้ มันบางทีอาจจะดูราวกับว่าพวกเรามานะจะละเลยพวกนักฟุตบอลที่ยังเล่นอยู่ในขณะนี้ เนื่องจากมันจะก่อให้คุณตกลงใจจากผลงานที่มองเห็นอยู่ในช่วงเวลานี้เพียงแค่นั้น ไม่ใช่ผลงานทั้งผองบนเวทีพรีเมียร์ลีก แต่ว่ากับก็องเต้ เขาก็ได้พิสูจน์ให้พวกเราเล่นแล้วว่าตนเองเป็นเยี่ยมในมิดฟิลด์ที่เยี่ยมที่สุดในลีกสูงสุดดินแดนผู้ดี แม้ว่าจะลงเล่นบนพรีเมียร์ลีกเพียงแต่ ฤดูเพียงแค่นั้น กองกลางขวยเขินรายนี้เป็นนักฟุตบอลเพียงแต่ ใน คน ซึ่งสามารถครองแชมป์ลีกกับสองชมรมที่แตกต่างได้

ในช่วงเวลาที่ผู้อื่น(นอกจากแอชลีย์ วัวล) เมื่อพวกเขาย้ายออกไป ก็ดูเหมือนกลุ่มนั้นก็ยังสามารถบรรลุผลสำเร็จได้ แม้กระนั้นกับก็องเต้แล้ว ถ้าเกิดเชลซีไม่มีเขา ก็บางครั้งก็อาจจะเพียงพอได้แชมป์ได้นะ แม้กระนั้นกับเลสเตอร์แล้ว การขาดก็องเต้ก็ทำให้พวกเขาไม่น่าจะได้โอกาสครองแชมป์ได้อีกแล้วล่ะ

ก็องเต้มีความโด่งดังมากมายในด้านการไล่ติดตามคู่แข่งในทุกพื้นที่ เสมือนว่ามีเขาสองคนอยู่ในสนาม รวมทั้งจากจำนวนมากที่พวกเราได้มองกองกลางกลุ่มชาติประเทศฝรั่งเศสรายนี้เล่นแล้ว มันก็เป็นแบบงั้นจริงๆ


อันดับ 8 : ลูก้า โมดริช

สมัครUFABET

ในตอนแรก พวกเราเองก็ไม่ต้องการจะใส่ชื่อของโมริชลงมาสำหรับเพื่อการจัดลำดับคราวนี้ เนื่องจากผลงานที่เหมาะสมที่สุดของเจ้าตัวเกิดขึ้นเมื่อตอนย้ายออกจากพรีเมียร์ลีกไปแล้ว กองกลางชาววัวแอยี่ห้อนี้เป็นหัวใจหลักในดินแดนกึ่งกลางของเรอัล มาดริด และก็ช่วยทำให้โลส บลังโกครอบครองแชมป์แชมเปี้ยนส์ ลีก เป็นว่าเล่น รวมทั้งการนำกลุ่มชาติโครเอเชียทะลุเข้าไปถึงรอบชิงแชมป์บอลโลกมาแล้ว

แม้กระนั้นโมริชก็เคยฉายแววความเป็นอัจฉริยะในขณะสั้นๆกับกองทัพไก่เดือยทองคำมาแล้ว ดูราวกับว่าเพลย์เมคเกอร์อัจฉริยะน่าจะเศร้าใจอยู่บ้างที่เลือกมาเล่นให้กับสเปอร์สผิดเวลา ด้วยเหตุว่ามันคงดียิ่งกว่ามากมายหากเขามาเล่นให้กับกลุ่มดังจากลอนดอนเหนือในเวลานี้แทน คุณลองนึกดูโมริติดต่อประสานงานกับคริสเตียน อีริบวงสรวง เพื่อประดิษฐ์เกมกับแฮร์รี่ เคน สิ มันอาจทำให้สเปอร์เป็นกลุ่มที่มีแนวรุกที่อันตรายที่สุดในดินแดนผู้ดีแน่ๆ

มันเป็นสิ่งที่ยอดเยี่ยมซึ่งสามารถเกิดขึ้นกับนักฟุตบอลคนไหนกันก็ได้” อิวาน ราคิติช กล่าวไว้จากการได้เล่นกับโมริช “ลูก้าไม่ใช่เพียงแค่นักฟุตบอลที่ยอดเยี่ยมชั่วนิจนิรันดร์ของโครเอเชียแค่นั้น เขายังเป็นผู้ที่เยี่ยมยอด เป็นหัวหน้า รวมทั้งพวกเราก็อุตสาหะกระทำตามเขา


อันดับ 7 : ดาบิด ซิลบา

สมัครUFABET

ซิลบาเป็นหนึ่งในนักเตะที่ทำให้เราลำบากใจเหมือนกันที่เลือกให้เขามาติดในลิสต์นี้ แต่ไม่ใช่เพราะเรื่องฝีเท้าหรอกนะ เป็นเรื่องของตำแหน่งการเล่นต่างหาก เพราะหลายครั้งเขาลงเล่นเป็นปีก แต่บางที เจ้าตัวก็ลงเล่นเป็นเพลย์เมคเกอร์หมายเลข 10

อย่างไรก็ตาม ซิลบาลงเล่นเป็นมิดฟิลด์ตัวกลางอยู่บ่อยครั้ง นับตั้งแต่ที่ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า เข้ามาดำรงตำแหน่งกุนซือของเรือใบสีฟ้า และนั่นก็เพียงพอให้เจ้าตัวติดมาในลิสต์นี้ กองกลางทีมชาติสเปนรายนี้มีการเล่นที่ชาญฉลาดเป็นอย่างมาก โดยเฉพาการวางบอลและการจ่ายบอล ที่อดีตดาวเตะบาเลนเซียทำมันได้เฉียบขาดเหลือเกิน

ซิลบาอาจจะไม่ใช่นักเตะที่รวดเร็วมาก เขาไม่ได้มีร่างกายแข็งแกร่ง ไม่ได้มีรูปร่างใหญ่ และเหมือนจะเล่นบอลได้ดีเพียงเท้าเดียว แต่เจ้าตัวก็สามารถสร้างสรรค์เกมได้เป็นอย่างดี ด้วยส่วนสูงเพียง 5 ฟุต 7 นิ้ว (ประมาณ 168 ซม.) ของตัวเอง มิดฟิลด์วัย 32 ปี เป็นเหมือนเทพเจ้าที่สามารถทำให้เกมการแข่งขันเป็นไปในทิศทางที่ตัวเองต้องการได้ เขาสุดยอดจริงๆ ในเรื่องของการคุมจังหวะการเล่นเกมของทีม


อันดับ 6 : ยาย่า ตูเร่

สมัครUFABET

ในช่วงพีค มีนักเตะไม่กี่คนหรอกที่จะน่าจับตามองมากกว่ายาย่า ตูเร่ เขาเป็นคีย์แมนในฤดูกาลที่แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เอาชนะคู่ปรับร่วมเมืองอย่างแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกได้เป็นสมัยแรก

ยอดมิดฟิลด์ชาวไอวอเรี่ยนรายนี้ถือเป็นนักเตะคนสำคัญในแมนฯ ซิตี้ และมันชินี่ก็เปลี่ยนบทบาทของเขาจากมิดฟิลด์ที่เล่นเกมรับเป็นส่วนใหญ่มาเป็นนักเตะตัวรุก ถึงขนาดที่บางครั้งกุนซือชาวอิตาเลี่ยนเปลี่ยนเอากองหน้าออก แล้วส่งมิดฟิลด์ตัวรับลงมา เพื่อจะดันตูเร่คนน้องขึ้นไปเล่นเกมรุกมากขึ้น

ยาย่า ตูเร่ ถือเป็นนักเตะที่มีความสามารถในการพลิกเกมอย่างแท้จริง ในหลายๆ เกมที่ดูเหมือนว่าทัพเรือใบสีฟ้า จะไม่สามารถคว้าชัยได้ พวกเขาก็มักจะได้อดีตกองกลางบาร์เซโลน่าคอยดลบันดาลประตูชัยหรือทำแอสซิสต์สวยๆ ให้เสมอ แม้ในช่วงเวลาที่ตูเร่อยู่กับแมนฯ ซิตี้ พวกเขาจะมีผู้เล่นที่ดีกว่าตัวกองกลางผิวสีรายนี้หลายคน แต่ไม่มีใครที่มีความสำคัญต่อทีมมากเท่าเขาอีกแล้ว


อันดับ 5 : แพทริค วิเอร่า

สมัครUFABET

ถ้าเกิดคุณเคยได้เห็นกองกลางตัวรับที่มิได้เป็นเพียงแค่กองกลางตัวรับโน่นก็หมายความว่าคุณจะต้องเคยมองวิเอร่าเล่นแน่ๆ

มันไม่ใช่เรื่องบังเอิญอะไร ที่อาร์เซนอลจำต้องร้างแชมป์ตรงเวลาเกือบจะทศวรรษ ภายหลังที่วิเอร่าล่ำลากลุ่มไปอยู่กับยูเวนตุๆในปี 2005 และก็ปัจจุบันนี้กองทัพปืนใหญ่ก็ยังไม่สามารถที่จะหาผู้เล่นผู้ใดมาแทนที่กองกลางกลุ่มชาติประเทศฝรั่งเศสรายนี้ได้เลย เพราะว่านอกเหนือจากความสามารถรวมทั้งความแข็งแกร่งแล้ว เขายังมีท่าทางที่อดทน แล้วก็มีความหัวหน้าอย่างเต็มเปี่ยมอีกด้วย

เขาไม่ราวกับนักฟุตบอลใครกันแน่ที่ผมเคยพบ เขาช่วยทำให้ปรับผมเป็นนักฟุตบอลที่ดียิ่งขึ้น” นี่เป็นคำกล่าวของรอย คีน สมัยก่อนกัปตันกลุ่มของแมนฯ ยูไนเต็ด นักฟุตบอลซึ่งเป็นราวกับคู่แข่งในสนามตลอดไปของวิเอร่าชัดแจ้งเลยว่า ในเวลานั้นอาร์เซนอลเป็นกลุ่มคู่ปรปักษ์ของแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด และก็บางช่วงเวลา พวกเขาก็แซงหน้าพวกเราได้ ในตอนที่เขายังคงลงเล่น แม้เขาได้เคลื่อนอาร์เซนอลด้วยพลังที่จริงจริงซึ่งมาจากบุคลิกลักษณะของเขา โน่นก็จะก่อให้เขาแปลงเป็นผู้เล่นที่พวกเราไม่อาจจะสู้ด้วยได้เลย


อันดับ 4 : สตีเว่น เจอราร์ด

สมัครUFABET

สำหรับ 4 อันดับแรกในการจัดอันดับครั้งนี้ คุณสามารถสับเปลี่ยนให้พวกเขาไปอยู่ในตำแหน่งใดก็ได้แทนตามความชอบของพวกคุณเลย

มันมักจะมีคำถามที่น่าสนใจเกี่ยวกับเจอราร์ดอยู่เรื่องหนึ่ง ก็คือเจอราร์ดจะสุดยอดขนาดไหน หากเขาได้เล่นกับนักเตะที่ดีกว่านี้ในอาชีพค้าแข้งของตัวเอง เพราะการได้ร่วมงานกับเพื่อนร่วมงานที่ดีขึ้น ย่อมช่วยให้คุณมีศักยภาพที่ดีขึ้น แต่กับตำนานมิดฟิลด์ของลิเวอร์พูลแล้ว ช่วงเวลาที่ดีที่สุดของเขาเวลาเล่นกับเพื่อนร่วมทีมคือ “เอาล่ะ ไม่มีใครที่จะทำสิ่งนี้ได้เลย มันคงจะดีกว่าถ้าฉันทำมันเอง”

แต่หากมองมุมกลับ เพื่อนร่วมทีมของเขาก็เป็นผู้จุดประกายให้เจอราร์ดทำผลงานโดดเด่นขึ้นมา และทำให้ตัวกองกลางทีมชาติอังกฤษรายนี้เป็นเหมือนฮีโร่ของเหล่าสเกาเซอร์ อดีตกัปตันทีมของลิเวอร์พูลรายนี้อาจจะไม่ใช่พวกที่เน้นการคุมจังหวะเกมแบบมิดฟิลด์ตัวกลางรายอื่น แต่เจ้าตัวเป็นเหมือนนักเตะที่มักจะทำสิ่งที่ยอดเยี่ยมออกมาในสถานการณ์ที่จำเป็นได้เสมอ เจอราร์ดคือผู้ที่สามารถชี้ขาดเกมให้ทัพหงส์แดงได้อย่างแท้จริง


อันดับ 3 : พอล สโคลส์

สมัครUFABET

มันอาจฟังดูตลกอยู่บ้าง แต่หากคุณไปถามพวกนักเตะชั้นยอดที่ไม่ใช่ชาวอังกฤษว่า ใครคือนักเตะอังกฤษที่ดีที่สุดตลอดกาลที่คุณเคยดวลด้วย นักเตะเหล่านั้นก็มักจะตอบว่า “สโคลส์ แห่งแมนเชสเตอร์ไงล่ะ”

บางทีมันอาจจะฟังดูเป็นตัวเลือกที่แปลก แต่มันก็เป็นคำตอบจากนักเตะชั้นยอด ที่บางทีแฟนบอลหรือนักเตะธรรมดาอาจจะไม่เข้าใจ สำหรับบรรดานักฟุตบอลด้วยการแล้ว สโคลส์ถือเป็นนักเตะระดับปรากฏการณ์เลยทีเดียว

มิดฟิลด์หัวแดงเพลิงของทัพปีศาจแดงเป็นนักเตะที่ทำได้ดีเกือบทุกเรื่อง ไม่ว่าจะการออกบอลสั้นยาว การยิงทั้งระยะใกล้หรือไกล เขาแข็งแกร่ง เก็บบอลได้ มีวิสัยทัศน์การเล่นบอลที่เหลือเชื่อ บางทีสิ่งเดียวที่สโคลส์อาจจะทำได้ไม่ดีนักก็คือการเข้าปะทะเพื่อแย่งบอลนี่แหละ


อันดับ 2 : แฟรงค์ แลมพาร์ด

สมัครUFABET

บ่อยครั้งที่สิ่งที่ทำให้พึ่งพอใจมากที่สุดจากการดูนักฟุตบอลระดับสูงลงเล่นคือการได้เห็นสิ่งที่เราไม่สามารถอธิบายได้ การได้เห็นคุณภาพที่เราไม่สามารถตีค่ามันเป็นตัวเลขหรือคำพูดได้

แลมพาร์ดคือหนึ่งในนักเตะประเภทนี้ เขามีคุณภาพที่บางทีคุณก็ไม่สามารถอธิบายได้ กองกลางทีมชาติอังกฤษรายนี้มักจะโผล่เข้าไปในกรอบเขตโทษเพื่อทำประตูได้ถูกที่ถูกเวลา และเจ้าตัวก็ทำประตูได้มากมายทั้งจากการหาพื้นที่ในกรอบเขตโทษ และลูกยิงจากแถวสอง อดีตเด็กปั้นของเวสต์แฮมยิงประตูให้เชลซีไป 211 ลูก จาก 274 ประตูตลอดอาชีพนักเตะของตัวเอง และนั่นก็ทำให้เขากลายเป็นดาวซัลโวสูงสุดตลอดกาลของสิงห์บลูส์ และในช่วงพีคของตัวเอง แลมพาร์ดทำประตูได้มากกว่า 20 ลูกต่อฤดูกาลได้ 5 ฤดูกาลติดต่อกัน (ซึ่งฤดูกาลถัดมา เขาก็ทำได้ 19 ประตู พลาดไปนิดเดียวเองนะแฟรงค์)

หากคุณเป็นกองหน้า จำนวนประตูขนาดนี้คงทำให้คุณมีชื่อในหอเกียรติยศได้ แต่กับผู้เล่นกองกลาง สถิตินี้ถือเป็นเรื่องที่น่ามหัศจรรย์ และอดีตเพื่อนร่วมทีมเชลซีอย่างดิดิเยร์ ดร็อกบา ก็ได้ออกมายกย่องอดีตเพื่อนร่วมทีมว่า “แฟรงค์คือมิดฟิลด์ที่ดีที่สุดที่ผมเคยลงเล่นด้วย เขาฉลาดที่สุด และมีประสิทธิภาพมากที่สุด”


อันดับ 1 : รอย คีน

ufabet

หากอยากจะทราบว่าทีมจะแพ้หรือชนะ หลายๆ คนก็มักจะมองไปที่นักเตะมิดฟิลด์ของทีม ซึ่งเป็นตำแหน่งที่ทุกคนคาดหวังที่สุดในเรื่องของการคุมเกม นอกจากนี้ หลายคนยังคาดหวังเรื่องของบุคลิกจากผู้เล่นตำแหน่งนี้ด้วย โดยเฉพาะในเรื่องของความเป็นผู้นำ

และนี่จึงเป็นเหตุผลที่ว่า ทำไมเราถึงเลือกรอย คีน เป็นกองกลางที่ดีที่สุดตลอดกาลในยุคของพรีเมียร์ลีก คีนอาจจะไม่ใช่นักเตะที่มีทักษะดีเหมือนกองกลางคนอื่นๆ (แม้จริงๆ เขาจะมีทักษะที่ดีกว่าที่เขาได้รับคำชื่นชม) อาจจะไม่ได้ทำประตูมากมาย อาจจะไม่ใช่นักเตะที่เฉลียวฉลาดมาก หรือมีสภาพร่างกายที่แข็งแรง แต่เขาก็สามารถทำให้ทีมชนะได้ด้วยความมุ่งมัน ความดุดัน และความบ้าคลั่งในยามที่ต้องการจะหยุดไม่ให้คู่แข่งผ่านไป บางทีเจ้าตัวอาจจะไม่ได้ดูระห่ำอย่างที่เราบอก แต่บางทีอดีตกัปตันทีมของแมนฯ ยูไนเต็ดก็ดูเป็นเหมือนคนบ้าจริงๆ

แน่นอนว่าความบ้าคลั่งของคีนบางทีก็เกิดกับเพื่อนร่วมทีมของตัวเอง จนบางทีมันก็ดูเป็นเรื่องที่น่าสยดสยองหากคุณต้องเผชิญหน้ากับมิดฟิลด์ชาวไอร์แลนด์ หรือแม้แต่เล่นร่วมทีมกับเขาก็ตาม UFABET คุณอาจจะได้เห็นนักเตะในลิสต์นี้แสดงความยอดเยี่ยมให้ดูมาหมดแล้ว แต่คีนคงจะเป็นนักเตะที่คุณต้องการมาร่วมทีมมากที่สุดเป็นแน่ (หรือบางทีก็เป็นนักเตะที่คุณต้องการอยู่ให้ห่างมากที่สุด)